คำพ้องเสียงกับความหมายซ้อน
ชื่อพืชและคำทั่วไปถูกเชื่อมเข้ากับอารมณ์โดยไม่รู้สึกฝืน
ความไพเราะเกิดจากทั้งฉันทลักษณ์ เสียง คำ ความหมาย และภาพพจน์ที่สนับสนุนอารมณ์ครวญรัก
การเรียงเสียงต้นซ้ำ เช่น “เอียงอก เทออกอ้าง อวดองค์” ทำให้จังหวะต่อเนื่องและเพิ่มน้ำหนักการระบายความรู้สึก
บท “เห็นจาก จาก แจกก้าน…” เล่นคำว่า “จาก” ทั้งชื่อต้นไม้และการพลัดพราก พร้อมเชื่อม “ระกำ” กับความระกำใจ
การจัดคำเสียงใกล้กันแต่ระดับวรรณยุกต์ต่างกันช่วยสร้างดนตรีของภาษาและแสดงความสามารถในการเลือกคำ
ถ้อยคำอย่าง “เลอหล้าลบล่ม” เน้นเสียง /ล/ และ “แจกแสงจ้าเจิดจันทร์” เน้นเสียง /จ/ ทำให้บทมีพลังและจำง่าย
ถ้อยคำกระชับสามารถสะท้อนทั้งรูปทรง จำนวน ความสูง หรือบรรยากาศ เช่น ภาพเจดีย์ที่เรียงรายและเสียดฟ้า
“เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง” ใช้การซ้ำเพื่อขยายภาพความสว่างและความรุ่งเรืองทางศาสนา
ใช้คำหลายคำแทนบุคคลหรือสิ่งเดียวกัน เช่น คำเรียกนาง หัวใจ ฟ้า หรือเทพ ช่วยหลีกเลี่ยงความจำเจและรักษาฉันทลักษณ์
เปรียบความงาม แสง และสิ่งต่าง ๆ กับวัตถุที่ผู้อ่านรู้จัก เพื่อให้ภาพชัดและเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์
กล่าวเกินจริงถึงภูเขา สวรรค์ ดวงอาทิตย์ และโลกพินาศ แต่รักไม่หาย เพื่อย้ำความมั่นคงของความรัก
นำคำหรือความหมายที่ตรงกันข้ามมาวางคู่กัน ทำให้เกิดแรงกระทบทางความคิดและความไพเราะ
“ลมพัดคือพิษต้องตากทรวง” ทำให้ลมมิใช่เพียงเหมือนพิษ แต่กลายเป็นพิษที่กระทบอกโดยตรง สะท้อนใจที่ทุกข์
เขาพระสุเมรุ มหาสมุทร อากาศ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และสวรรค์ถูกนำมาเป็นเครื่องวัดความรัก ทำให้อารมณ์ส่วนตัวกว้างใหญ่อลังการ

ชื่อพืชและคำทั่วไปถูกเชื่อมเข้ากับอารมณ์โดยไม่รู้สึกฝืน

การพังทลายของจักรวาลยิ่งทำให้ความรักที่ไม่สลายเด่นขึ้น